บทที่ 2 เผชิญหน้า
“ บริษัท ออเรเลีย แกรนด์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เป็นตึกสูงถึงหกสิบชั้น ประกอบไปด้วย ชั้น 1–5 โซนต้อนรับหรือพื้นที่สาธารณะ ชั้น 6–15 โซนบริษัท ชั้น 16–50 ห้องพักโรงแรมแตกต่างและตกแต่งหลายสไตล์และมีระดับ ชั้น 51–58 สิ่งอำนวยความสะดวกระดับวีไอพี สระว่ายน้ำลอยฟ้า Sky bar / Rooftop restaurant ฟิตเนส / สปา ชั้น 59–60 Penthouse / Presidential Suite ห้องพักสุดหรูสำหรับผู้บริหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ถูกสร้างโดยเฉพาะ ลิฟต์จะถูกแบ่งไว้อย่างชัดเจน สำหรับแขก สำหรับพนักงาน และลิฟต์วีไอพี” ในขณะที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลกำลังให้คำแนะนำเกี่ยวกับบริษัทให้เธอได้รู้ไปคร่าว ๆ ตามที่ได้รับคำสั่ง
“ลิตา วันนี้เธอต้องเข้าประชุมนะ”
“ได้ค่ะ”
“แต่…เธอต้องเข้าประชุมเพียงคนเดียวนะ พอดีท่านประธานกำลังคุยงานกับลูกค้าวีไอพี ท่านบอกให้พี่ช่วยบอกเธอด้วย” คำพูดของวิภาทำให้ลลิตาตกใจเล็กน้อย แต่เธอก็สูดลมหายใจพร้อมเข้าลึก ๆ พร้อมกับพยักหน้ารับคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย
ร่างสูงโปร่งของภูผายิ้มมุมปาก นั่งไขว้ห้างบนเก้าอี้สุดหรูอยู่ชั้นบนสุดของตึกที่ถูกออกแบบให้เป็นชั้นส่วนตัวของอคินภัทรเขากำลังนั่งยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างใจเย็น ซึ่งถ้ามองจากกระจกชั้นนี้ จะมองเห็นดาดฟ้าของโซนที่ออกแบบไว้สำหรับลูกค้าของโรงแรม ซึ่งมีสระว่ายน้ำลอยฟ้า และบาร์สำหรับนั่งดื่ม
“อะไรวะ ไอ้กองทัพ ไหนว่ามีประชุมไง นี่ฉันเป็นผู้จัดการการตลาด ฉันก็ต้องเข้าร่วมนะเว้ย ! ไม่เห็นแกจะรีบร้อนอะไรเลย”
“ก็ในเมื่อฉันไม่รีบร้อน แล้วแกจะรีบร้อนไปทำไม” เขาพูดพร้อมกับหยิบไอแพดขึ้นมาเปิดดูหุ้นไปพลาง ๆ อย่างไม่สะทกสะท้านอะไร
“ฉันเพิ่งได้ข่าวว่า แกเพิ่งรับเลขาเข้ามาทำงานคนใหม่ นี่อย่าบอกนะว่าแกกำลังจะหาทางเล่นงานเลขา”
“เล่นงานอะไร มันก็แค่บททดสอบความสามารถก็เท่านั้น” เขาพูดหน้าตาย ภูผาถึงกับถอนหายใจเอนหลังพิงเก้าอี้ เพราะไม่ว่าจะเลขากี่คนที่เข้ามาก็ดูท่าจะไม่ถูกใจเจ้านายหนุ่มตรงหน้าสักที
“เอาเหอะ แล้วยังไงสรุปนายจะเข้าประชุมด้วยไหม”
“ไม่ล่ะ ฉันมีคนทำหน้าที่นั้นแทนแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญท่านประธานตามสบายนะขอรับ ส่วนกระผมขอตัวไปประชุมตามคำสั่งก่อน” ภูผาพูดหยอกล้อกึ่งล้อเลียนจึงโดนสายตาของเพื่อนส่งค้อนใหญ่ ๆ ไปให้หนึ่งวง มือแกร่งสะบัดไล่ให้เพื่อนรักออกไปให้พ้น ๆ ก่อนที่สายตาจะหันไปสนใจกับจอไอแพดอีกครั้งเพราะนอกจากจะมีข้อมูลหุ้นที่เขาอยากรู้แล้วก็ยังมีประวัติของเลขาที่เข้ามาทำงานให้กับเขาอีก
“ลลิตา วิสุทธิ์ธารา” เขาอ่านชื่อหญิงสาวที่อยู่บนหน้าจออีกครั้ง ดวงตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อยกับข้อมูลที่เขาได้รับรู้ รอยยิ้มกระตุกขึ้นเล็กน้อยเพราะเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำหน้าที่ได้ดีสักแค่ไหน ? เขาวางไอแพดลงก่อนจะลุกขึ้นติดกระดุมเสื้อสูทแล้วออกจากห้องไป
วันทั้งวันลลิตาหัวหมุนกับงานที่เธอได้รับมอบหมายโดยที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของคนตัวโต เจ้านายสุดหล่อของเธอเลยสักนิด
“ทำงานวันแรก ไหวไหมครับ” น้ำเสียงของภูผาเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าด้วยความห่วงใย
“ไหวค่ะ” เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ส่งให้ ซึ่งภูผารู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก แม้ว่าเธอจะสวมแว่นตา แต่นั่นก็ไม่ได้บดบังความสวยบนใบหน้าของเธอได้เลย
“ลลิตา เจ้านายคุณบอกหรือเปล่าว่าคุณต้องสรุปงานแล้วไปดูงานให้กับเขาอีกที่หนึ่งนะครับ” คำพูดของผู้จัดการฝ่ายการตลาดทำให้หญิงสาวงุนงง ก่อนจะขอที่อยู่อีกที่ว่าเธอต้องไปที่ใด
ร่างบางใช้เวลาขับรถออกจากเมืองกรุงสองชั่วโมงกว่า กว่าจะมาถึงโรงแรมในเครือซึ่งโรงแรมที่นี่ติดกับทะเลอ่าวไทย แม้ว่าน้ำจะไม่ใสหรือสวยเหมือนแถวอันดามันก็ตาม แต่ทำเลและวิวโดยรวมก็เป็นที่สนใจกับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
“สวัสดีครับ คุณลลิตา ท่านประธานรอคุณอยู่ที่ด้านบนแล้วครับ” ผู้จัดการโรงแรมที่เธอทำหน้าที่ประสานงานไว้ตั้งแต่ตอนแรกรีบเดินเข้ามาต้อนรับ
“ขอบคุณค่ะ” ผู้จัดการที่ดูแลสาขาพาเลขาสาวคนใหม่ของท่านประธานไปยังห้องสูทชั้นบนตามคำสั่ง
ขาเรียวงามหยุดชะงักอยู่หน้าห้องพักหลังจากที่ผู้จัดการโรงแรมขอแยกตัวออกไป นิ้วเรียวกดกริ่งที่หน้าห้องด้วยความรู้สึกประหม่า เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเธอก็ต้องร้องขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อมือแกร่งของใครบางคนกระตุกเบา ๆ ดึงรั้งเธอให้เข้าไปด้านใน โดยมีมือแกร่งของเขาล็อกตรึงเธอเอาไว้ให้เธออยู่ภายใต้อ้อมแขน เสียงหอบหายใจของคนตรงหน้าทำให้รู้สึกตกใจ
“ท่านประธาน คุณเป็นอะไรรึเปล่า…อุ๊ปส์ !” คำพูดของเธอถูกกลืนลงคอเพราะถูกริมฝีปากของเขาปิดไว้แทน
“อือ” ร่างบางพยายามดิ้นรนขัดขืนกับสิ่งที่เขากำลังรุกล้ำเธอ มือบางพยายามปัดป้องอกแกร่งผลักไสเขาให้ออกห่าง ลิ้นอุ่นร้อนของเขาพยายามดุนดันเพื่อจะกวาดชิมความหอมหวานจากปากของเธอ แต่ดูเหมือนสาวเจ้าจะพยศไม่ยอมสยบให้กับเขาโดยง่าย ฟันคม ๆ จึงกัดเบา ๆ จนในที่สุดเขาก็ได้ชิมความหอมหวานอย่างที่ปรารถนา มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุขลูบไล้ตามสีข้างของสาวตรงหน้า
“อ๊าก ! ” เสียงร้องดังขึ้นเมื่อร่างบางที่ดูเหมือนจะสิ้นฤทธิ์กลับกัดริมฝีปากเขาอย่างแรงพร้อมกับของหนักบางอย่างที่กระทบเข้าที่หัวอย่างจัง นิ้วแกร่งค่อย ๆ ผละออกจากร่างบาง จ้องมองสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่สติทุกอย่างจะดับวูบไป
ร่างเล็กตัวสั่นเทาจากการจู่โจมของเขา ก่อนจะสัมผัสได้ถึงความเงียบเมื่อศีรษะของชายหนุ่มซบลงที่ไหล่ของเธอ มือที่ถือแจกันค่อย ๆ วางลงบนโต๊ะ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะทรุดลงกับพื้น นาทีนั้นลลิตาถึงได้รู้ว่าเธออาจจะฟาดเขาแรงเกินไป
“ท่านประธานคะ ท่านประธาน ! ”
ร่างสูงโปร่งถูกวางลงบนที่นอนโดยที่เธอเรียกพนักงานโรงแรมขึ้นมาช่วยเธอพยุง หลังจากพนักงานโรงแรมออกไปเธอจึงค่อย ๆ ทำแผลที่ศีรษะให้กับคนที่นอนสลบอยู่ ใบหน้าคมคร้ามเป็นใบหน้าที่เธอคอยคิดถึงมาตั้งหลายปีแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรวันนี้เขาถึงกลายเป็นซาตานที่เธอไม่คุ้นเคยเลย เสียงเคาะประตูทำให้เธอหันกลับไปมองก่อนจะปรากฏร่างของผู้จัดการวัยกลางคนและก็ภูผาที่เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่ใหญ่ ๆ
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นครับคุณลิตา”
“เรื่องนั้น เอาไว้คุณต้องถามท่านประธานเองนะคะ แต่ตอนนี้ดิฉันคงต้องขอตัวไปรับแขกวีไอพีแทนท่านประธานก่อน” ยังมีหน้าที่ที่เธอต้องไปทำอยู่ ดวงตากลมหันไปมองชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียง
ภูผามองสภาพเพื่อนของตัวเองที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ
ตกกลางดึกของวัน ดวงตาเรียวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับยกมือกุมที่ขมับของตัวเองก่อนจะได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคย
“ไงครับ ท่านประธาน”
“แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงวะเนี่ย ! ”
“อะไรกัน พูดเหมือนไม่อยากให้ฉันมายังไงยังงั้น”
“ปวดหัวชะมัด” เขาพูดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะตกใจเมื่อเห็นพลาสเตอร์ที่ปิดอยู่ตรงศีรษะของตัวเอง พร้อมกับความแสบคัน ๆ ที่มุมปาก
“อะไรวะเนี่ย ! ”
“ฉันต่างหากที่ต้องถามแกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหัวแกถึงได้มีแผลได้ ? ” คำถามของเพื่อนสนิท เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นความทรงจำก่อนหน้านั้น ก่อนจะพูดออกไป
“ฉันโดนวางยา”
